อัคคีภัย หรือเหตุการณ์ไฟไหม้เป็นหนึ่งในภัยที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ก่อให้เกิดความเสียหายให้กับชีวิต และทรัพย์สินอย่างร้ายแรง การมีระบบดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน มีประสิทธิภาพเชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ ไปดูกันว่าระบบดับเพลิงมีอะไรกันบ้าง และมีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิตของคนเรา
มาตรฐานสากลของระบบดับเพลิงคืออะไร
แนวทางและข้อกำหนดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ บำรุงรักษาระบบดับเพลิง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถป้องกันหรือระงับอัคคีภัยได้อย่างประสิทธิภาพ
มาตรฐานสากลของระบบดับเพลิง

มาตรฐาน UL (Underwriters Laboratories)
- เป็นองค์กรอิสระจากสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่ทดสอบ และรองรับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในหลายอุตสาหกรรมรวมถึงระบบดับเพลิง เช่น UL 300 มาตรฐานระบบดับเพลิงสำหรับห้องครัวเชิงพาณิชย์
- ความสำคัญของมาตรฐาน UL ช่วยให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย เชื่อถือได้ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน UL อาทิเช่น วาล์วกันกลับ (Check Valve) และ วาล์วเช็คพร้อมสัญญาณเตือน (Alarm Check Valve)
มาตรฐาน FM (Factory Mutual)
- เป็นองค์กรระดับสากลที่ให้การรองรับผลิตภัณฑ์ และระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะด้านการป้องกันอัคคีภัย เช่น FM 200 ระบบดับเพลิงด้วยสารก๊าซสะอาดที่ไม่ทิ้งคราบตกค้าง
- ความสำคัญของมาตรฐาน FM รับรองประสิทธิภาพการป้องกันอัคคีภัยที่เชื่อถือได้ในภาคอุตสาหกรรม ลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ และผู้อยู่อาศัย
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน FM อาทิเช่น วาล์วปีกผีเสื้อแบบเวเฟอร์ (Wafer Butterfly valve) และ วาล์วกันกลับแบบบานพับ (Swing Check Valve)
มาตรฐาน BSI Kitemark™
- เป็นสัญลักษณ์รับรองคุณภาพที่ออกโดย British Standards Institution (BSI) ซึ่งเป็นองค์กรมาตรฐานแห่งชาติของสหราชอาณาจักร
- ความสำคัญของ BSI Kitemark™ รับรองคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ ของผลิตภัณฑ์ และบริการ เป็นเครื่องหมายที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน BSI Kitemark™ อาทิเช่น วาล์วลูกบอล (Ball Valve) และ วาล์วประตูแบบไม่มีแกนยก (NRS Gate valve)
มาตรฐาน LPCB (Loss Prevention Certification Board)
- เป็นองค์กรในสหราชอาณาจักรที่ให้การรับรองผลิตภัณฑ์ระบบดับเพลิง โดยเฉพาะระบบตรวจจับเตือนภัยที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น LPS 1014 มาตรฐานสำหรับระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย และอุปกรณ์ตรวจจับควัน
- ความสำคัญของมาตรฐาน LPCB ช่วยให้มั่นใจว่าระบบแจ้งเตือนอัคคีภัยมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ เป็นที่ยอมรับในสหราชอาณาจักร และยุโรป เพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคาร สถานประกอบการที่ต้องการมาตรการป้องกันที่เข้มงวด
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน LPCB อาทิเช่น วาล์วกันกลับแบบบานพับ (Swing Check valve) และ วาล์วปีกผีเสื้อแบบเวเฟอร์ (Wafer Butterfly valve)
ข้อกำหนดในการติดตั้งระบบดับเพลิงตามมาตรฐานสากล

การออกแบบระบบดับเพลิง
- ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่เพื่อกำหนดประเภทของระบบดับเพลิงที่เหมาะสม
- คำนวณปริมาณสารดับเพลิงให้สอดคล้องกับขนาด และประเภทของไฟที่อาจเกิดขึ้น
เลือกอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
- เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามประเภทของเชื้อเพลิง (Class A, B, C, D, K)
- อุปกรณ์ต้องสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่กำหนด เช่น อุณหภูมิสูงหรือสภาวะความชื้น
การติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงตามข้อกำหนดมาตรฐาน
- ตำแหน่งของอุปกรณ์ดับเพลิง ต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงได้ครบถ้วน สัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ต้องติดตั้งในจุดที่มองเห็น และได้ยินชัดเจน
- การเดินท่อ และระบบไฟฟ้า ท่อดับเพลิงต้องสามารถทนต่อแรงดันได้ตามมาตรฐาน NEPA 14 ระบบแจ้งเหตุ และสัญญาณเตือนต้องมีแหล่งพลังงานสำรองตามมาตรฐาน ISO 7240
- ติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ การเดินท่อของระบบต้องคำนึงถึงระยะห่างและแรงดันที่เหมาะสม
การทดสอบและการรับรองอุปกรณ์ตามมาตรฐานสากลของระบบดับเพลิง
- ประเมินเอกสาร และข้อมูลทางเทคนิค ตรวจสอบการออกแบบ วัสดุ กระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- ทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการ เพื่อจำลองสถานการณ์จริง เช่น ทดสอบการทนต่ออุณหภูมิสูง
- ทดสอบภาคสนามในสภาพแวดล้อมจริง เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพระยะยาว
- ตรวจสอบกระบวนการผลิต เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกมามีคุณภาพสม่ำเสมอ
- การออกใบรับรอง เมื่ออุปกรณ์ผ่านการทดสอบตามข้อกำหนด จะได้รับใบรับรองมาตรฐานจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบ และทดสอบต่อเนื่อง หน่วยงานที่ให้การรับรอบจะต้องมีการตรวจสอบเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ยังคงเป็นไปตามมาตรฐาน
แนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในธุรกิจและโรงงาน

ขั้นตอนการขอใบรับรองมาตรฐานดับเพลิง
- วิเคราะห์ความเสี่ยง ตรวจสอบความพร้อมของระบบ และอุปกรณ์ เพื่อระบุจุดที่ต้องปรับปรุง เลือกหน่วยงานรับรองมาตรฐานที่เหมาะสม
- จัดเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น รายงานการทดสอบแผนผังระบบ ทีมตรวจสอบจะดำเนินการตรวจสอบและแนะนำการปรับปรุง
- เมื่อระบบผ่านเกณฑ์ จะได้รับใบรับรองมาตรฐานสากล
การอบรมและฝึกซ้อมดับเพลิงให้พนักงาน
- การอบรมช่วยให้พนักงานรู้วิธี ใช้อุปกรณ์ดับเพลิง เช่น ถังดับเพลิงและระบบแจ้งเหตุ รวมถึงการปฏิบัติในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ฝึกซ้อมหนีไฟเป็นประจำทุก 6 เดือนหรือปีละ 1 ครั้ง
- ให้ความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงในพื้นที่ทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อม และลดความตื่นตระหนก
การวางแผนและเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน
- ธุรกิจควรจัดทำแผนฉุกเฉินที่ครอบคลุม เช่น เส้นทางหนีไฟ จุดรวมพล และการกำหนดบทบาทหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ควรติดตั้งป้ายและแผนที่ฉุกเฉินในจุดที่ชัดเจน ทบทวนแผนเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอาคารและระบบ
ข้อดีของการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลในระบบดับเพลิง
ประโยชน์ และความสำคัญของการใช้มาตรฐานสากลในการเพิ่มความปลอดภัย และความมั่นใจให้กับ
ผู้ประกอบการ หรือผู้อยู่อาศัย
1. ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสูงสุด
ระบบดับเพลิงที่ออกแบบ ติดตั้งตามมาตรฐานสากลได้รับการทดสอบ รับรองว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมไฟ ลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุจากการบกพร่องของระบบ
2. ความน่าเชื่อถือของระบบและอุปกรณ์
ระบบที่ผ่านมาตรฐานจะได้รับการทดสอบการใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจระบบทำงานได้ตามที่คาดหวัง
3. การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับระดับประเทศ
หลายประเทศกำหนดให้สถานประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานดับเพลิง เพื่อให้เป็นตามกฎหมายอาคาร และความปลอดภัย
4. การลดความเสี่ยงและความเสียหาย
ระบบดับเพลิงที่ได้มาตรฐานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพในการควบคุมเพลิงก่อนจะลุกลาม ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน
การเลือกใช้ระบบดับเพลิงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกธุรกิจ สร้างความปลอดภัย และความมั่นใจให้กับทุกคนในองค์กร ดังนั้นการลงทุนในระบบดับเพลิงที่มีคุณภาพสูงจาก Prowinner ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบดับเพลิงที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล พร้อมให้บริการคุณในทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ จึงเป็นทางเลือกที่คุณมั่นใจได้
☎️ Tel : 02-476-1967-9
📧 Email : [email protected]
🟢 Line ID : prowinner_2005
🟦 Facebook: prowinner